ทุกๆ การดำเนินงานด้านการจัดการวัสดุ (Materials Handling) ต่างต้องเผชิญกับความท้าทายและปัญหาเฉพาะตัว ต้องการอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะงานในด้านนั้นๆ การเลือกใส่อุปกรณ์เสริมหรือออปชันต่างๆ มากจนเกินไป เมื่อสั่งประกอบรถฟอร์คลิฟต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) อาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ดี แต่การติดอุปกรณ์เกินความจำเป็นอาจทำให้ธุรกิจ ต้องสิ้นเปลืองเงินไปกับฟีเจอร์ที่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แล้วทางออกคืออะไร?
คำตอบไม่ใช่การถอดอุปกรณ์ให้น้อยเกินไปเช่นกัน เพราะนั่นอาจมีค่าใช้จ่ายสูงไม่แพ้กัน เมื่อตัดสินใจโดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงในการปฏิบัติงาน ธุรกิจอาจสูญเสียทั้งประสิทธิภาพและสมรรถนะ ซึ่งนำไปสู่ภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่แพงขึ้น ดังนั้น กุญแจสำคัญคือการเลือกใช้อุปกรณ์จัดการที่ตรงกับความต้องการขอผู้ใช้ อย่างแท้จริง Hyster® A Series คือตัวอย่างของรถฟอร์คลิฟต์ที่ปรับแต่งได้ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกรุ่นรถให้สอดคล้องกับการใช้งานและงบประมาณ หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการเลือกฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานนั้นๆ โดยไม่มีอะไรเกินความจำเป็นและไม่ขาดตกบกพร่อง
รถฟอร์คลิฟต์เครื่องยนต์ ICE ที่ปรับแต่งได้: Hyster A Series
รถฟอร์คลิฟต์ระบบ LPG และดีเซลในตระกูล Hyster A Series รองรับการปรับแต่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้ตรงตามลักษณะการทำงาน ช่วยให้การทำงานของรถฟอร์คลิฟท์ตอบโจทย์ในหน้างานของธุรกิจนั้นๆ
ด้วยความสามารถในการยกตั้งแต่ 1.6 ถึง 3.5 ตัน รถฟอร์คลิฟต์เครื่องยนต์ของ Hyster A Series มีให้เลือก 4 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน ความหนักหน่วง และรูปแบบการใช้งาน โดยทุกคันมาพร้อมกับคุณภาพและสมรรถนะ ตามมาตรฐานที่เชื่อถือได้จาก Hyster
เลือกรถฟอร์คลิฟต์ Hyster ให้เหมาะกับการปฏิบัติงานของคุณ
ฟอร์คลิฟต์เครื่องยนต์ ICE Hyster A Series มีตัวเลือกการกำหนดค่าระบบขับเคลื่อน (Drivetrain) ที่แตกต่างกัน 4 รูปแบบ ได้แก่:
- Primematch™ configuration: โซลูชันที่ออกแบบมาด้วยความเรียบง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานพื้นฐานประจำวันหรือการใช้งานระดับปานกลางเป็นครั้งคราว
- Corematch™ configuration: ตัวเลือกเมื่อหน้างานต้องการความอเนกประสงค์ในการจัดการงานหลักๆ ด้วยความเรียบง่ายและทนทาน
- Intelimatch™ configuration: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการควบคุมและความสามารถที่เพิ่มขึ้นในงานที่มีความต้องการสูง พร้อมความสามารถในการปรับแต่งขั้นสูง เพื่อการปฏิบัติงานที่จำเป็น
- Duramatch™ configuration: เพื่อความทนทานในงานที่หนักหน่วง ท้าทาย กะการทำงานที่ยาวนาน และพื้นที่ขรุขระ
ระบบขับเคลื่อน (Drivetrain) ของรถฟอร์คลิฟต์ทำหน้าที่อะไร?
ระบบขับเคลื่อนไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้รถฟอร์คลิฟต์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของรถฟอร์คลิฟต์ ไปจนถึงต้นทุนการใช้งานและความทนทาน
ตัวเลือกการกำหนดค่าระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายของ Hyster A Series สามารถปรับแต่งให้เข้ากับลักษณะงานได้ การเลือกรูปแบบระบบขับเคลื่อนจะกำหนดว่ารถจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือฟีเจอร์อื่นๆ หรือไม่ เพื่อให้เหมาะกับหน้างานและความหนักหน่วงของงาน การเลือกฟีเจอร์ที่ถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการ ต้นทุนรวมในการดำเนินงาน (Total Cost of Operation) ของรถฟอร์คลิฟต์ได้ง่ายขึ้น
การบริการและการบำรุงรักษาที่ง่ายขึ้น
ไม่ว่าลักษณะงานและการใช้งานจะหนักหน่วงเพียงใด ธุรกิจย่อมไม่สามารถรอคอยการบริการและบำรุงรักษาได้นาน การออกแบบของ Hyster A Series จึงผสานระบบการบำรุงรักษาที่ง่ายดายเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยชิ้นส่วนอะไหล่ร่วมกัน (Common components) และอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยให้การบำรุงรักษามีความคล่องตัวและขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
รถฟอร์คลิฟต์ที่ทนทานและประหยัดน้ำมัน
รถฟอร์คลิฟต์เครื่องยนต์ ICE ของ Hyster A Series ไม่เพียงแต่ปรับขนาดให้ตรงกับความต้องการเฉพาะได้เท่านั้น แต่ยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเยี่ยม ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน VDI ที่ต่ำลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2)
หนึ่งในเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของรถฟอร์คลิฟต์ Hyster คือความแข็งแกร่งและความทนทาน นั่นคือเหตุผลที่ฟอร์คลิฟต์ Hyster A Series มาพร้อมกับเครื่องยนต์อุตสาหกรรม Yanmar ที่ทนทานเป็นมาตรฐาน ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหนักหน่วงหรือการวิ่ง-หยุดบ่อยครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์เพื่อเพิ่มผลผลิต
ฟีเจอร์ด้านสรีรศาสตร์หลายประการของ Hyster A Series ถูกติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรูปแบบการกำหนดค่า เพราะประสบการณ์ของผู้ขับขี่มีความหมายมากกว่าแค่ความสะดวกสบาย ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมจึงถูกรวมมาให้อย่างครบถ้วน:
ทัศนวิสัยระดับแถวหน้า: ด้วยหน้าต่างเสาแบบมองเห็นกว้าง ดีไซน์คอนโซลหน้าต่ำ และหลังคากระจกที่เป็นตัวเลือกเสริม ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นงา สินค้า และสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชัดเจน
ความสะดวกสบายตลอดกะการทำงาน: ขั้นบันไดขนาดใหญ่และตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำทำให้การขึ้น-ลงเป็นเรื่องง่าย ในขณะที่เบาะนั่งซับแรงกระแทกและพื้นที่วางเท้าขนาดใหญ่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีพื้นที่ทำงานที่สะดวกสบาย หนุนเสริมสมาธิและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตลอดกะการทำงาน

